The One Percent 2006 ความสำเร็จอีกนิดนึงที่จะช่วยชีวิคตคุณมื่อดู

ตามชื่อภาพยนตร์จะสำรวจผู้ที่มั่งคั่งที่สุด 1% ซึ่งควบคุมความรวยเกือบจะครึ่งเดียวรวมทั้งเปรียบวิถีชีวิตของพวกเขากับชาวอเมริกันทั่วๆไป


จอห์นสันบอกให้เห็นถึงความต่างผ่านการสัมภาษณ์ผู้คนจากทุกสาขาอาชีพรวมทั้ง Bill Gates Sr, Steve Forbes รวมทั้ง Milton Friedman นักเศรษฐศาสตร์ที่บัญญัติศัพท์คำว่า ผลพวงจากการกลับคว่ำ 

การใช้แบบอย่างในโลกที่เรื่องจริงที่ทำให้เห็นว่าช่องว่างของความรวยนั้นกว้างเท่าใดทำให้สารคดีน่าหัวเราะประเด็นนี้เกิดเรื่องยาก เหตุผลทางด้านการเมืองจริยธรรมรวมทั้งอารมณ์ที่ทำให้ช่องว่างดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้นได้รับการคาดคะเนแล้วก็การตัดทอนระหว่างสิ่งที่มีและไม่มีนั้นเป็นสิ่งที่กระตุ้นความนึกคิดOne Percent

ยังชี้ให้เห็นว่าคนที่มั่งคั่งอย่างใหญ่โตในอเมริกาได้ซื้ออิทธิพลด้านการเมืองมากพอที่จะเก็บเกี่ยวเงินและก็หาผลประโยชน์จากคนอื่นได้เช่นไร ภาพยนตร์หัวข้อนี้ส่งผลให้เกิดปริศนาเยอะมากว่าช่องว่างดังที่กล่าวถึงแล้วเกิดขึ้นได้เช่นไรและก็จริยธรรมของคนที่ยึดมั่นมัน
ธรรมดาฉันจะทวนหนังสือทุกๆวันวันศุกร์ แต่ว่าไม่กี่อาทิตย์ก่อนหน้าที่ผ่านมาฉันได้ตรวจตราภาพยนตร์เรื่อง The Joneses รวมทั้งได้รับฟังข้อคิดเห็นที่สุดยอด ผู้คนจำนวนมากกล่าวว่าถูกใจอ่านคำวิพากษ์วิจารณ์หนัง 

โน่นเป็นการยกฐานะ ตั้งแต่ต.ค.ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาฉันเพียรพยายามอ่านหนังสืออาทิตย์ละเล่มและก็จำนวนมากฉันทำเป็นตามจุดหมาย (ฉันผิดพลาดไปสามอาทิตย์แม้กระนั้นมีบางอาทิตย์ที่รู้สึกเสมือนเป็นงานบ้านงานเรือนมากยิ่งกว่าความสำราญดูหนังออนไลน์ ihdmovie
 

ยิ่งไปกว่านี้ยังมีหนังสือในรายการเรื่องคอยอ่านของฉันที่เย้ายวนใจชุมชน Afford Anything เป็นศูนย์ เป็นต้นว่าฉันถูกใจแนว “chick lit” (ใช่ไปก่อนแล้วก็หัวเราะหนังสือบางเล่มยกตัวอย่างเช่น Confessions of a Shopaholic เกี่ยวโยงกับหัวข้อที่พวกเราสนทนาใน Afford Anything (การจัดการเงินการบริโภคนิยมแต่ว่าหนังสือพวกนี้จำนวนมากไม่เกี่ยวข้องกับไซต์นี้ ฉันสงสัยว่าชุมชนนี้ให้ความใส่ใจกับ Bridget Jones Diary หรือ L.A. Candy รวมทั้งฉันก็ต้องการจะได้โอกาสอ่านหนังสือพวกนั้นด้วยเหมือนกันดูหนังใหม่ออนไลน์
 

เรื่องสั้นปริมาณยาฉันจะทวนหนังสือหรือภาพยนตร์ทุกๆวันวันศุกร์ เริ่มกันเลย 

หนึ่งเปอร์เซ็นต์
เมื่อคืนนี้ฉันมอง The One Percent สารคดีที่ถ่ายโดยเจมี่จอห์นสันผู้สืบสกุลที่โชคของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันThe One Percent –

ตามชื่อ – เน้นไปที่ความลำเอียงของรายได้ระหว่างคนมั่งคั่งรวมทั้งคนยากจนในประเทศสหรัฐอเมริกา ฉันพอใจสารคดีเมื่อฉันมองเห็นว่ามันออกมาในปี 2549 ก่อนจะกำเนิดวิกฤตการคลังรวมทั้งการเคลื่อนไหวของ Occupy Wall Street เริ่มขึ้น

ถ้าหากจอห์นสันเอ๋ยถึง หนึ่งเปอร์เซ็นต์’ ในปี 2549 เขาจะต้องอยู่แถวหน้าของขั้นตอนนี้” ฉันคิด “ มาดูกันว่านี่เป็นสารคดีเกี่ยวกับอะไร********

 

สารคดีนี้ตั้งอยู่บนปริศนาสำคัญความแตกต่างของรายได้ในสหรัฐอเมริกาคือปัญหาหรือเปล่าหรือเปล่ามีอะไรเปลี่ยนไปจากปกติกับความแตกต่างของรายได้ตราบเท่าที่ 50 เปอร์เซ็นต์ข้างล่างมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นอะไรสำคัญกว่ากันความยากแค้นสัมพัทธ์หรือความจนสัมบูรณ์ซีรี่ย์เกาหลีอัพเดทล่าสุด 

ปัญหากลุ่มนี้เป็นปัญหาสำคัญรวมทั้งเหมาะสมได้รับการกระทำด้วยความเข้มงวดกวดขันทางสติปัญญา โชคร้ายที่สารคดีของ Johnson ปราศจากความสลับซับซ้อนต่างกันเล็กน้อยรวมทั้งความนึกคิดเชิงวิพากษ์ซึ่งหัวข้อพวกนี้ควรได้รับ 

หนังเป็นเกจิล้วนคำกล่าวที่เชอร์รี่คัดสรรมาเพื่อขัดเกลาผู้มั่งมีในแง่ชั่วร้ายที่สุด ดูท่าจอห์นสันจะพึงพอใจที่จะสร้างเสริมแนวความคิดของผู้ชมมากยิ่งกว่าที่จะตรวจหลักสำคัญที่สลับซับซ้อนอย่างแท้จริง 

แน่ๆว่าสติปัญญามีอยู่ทั้งคู่ด้านของรั้ว ไม่ว่าจะส่งเสริม ด้านใด” ก็ตาม (อย่างกับว่าทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ที่สลับซับซ้อนบางทีอาจถูกต้มให้เป็นสองฝ่ายได้ผู้ที่มีความชำนาญจะก่อให้หัวข้อที่ส่งผลต่อชีวิตของพวกเราง่ายมากยิ่งขึ้น เศรษฐวิทยาไม่สามารถที่จะตัดทอนเป็นบทสวดมนตร์แล้วก็ถ้อยคำที่ซ้ำๆซากๆ 

เป็นต้นว่าจอห์นสันสามารถสร้างกรอบสารคดีทั้งยังเรื่อง มั่งคั่งกับคนยากจน” โดยไม่เคยถามว่า เงินมาจากไหน” ดูเหมือนกับว่าเขาจะมั่นใจว่าเงินตกลงมาจากท้องฟ้าสู่รอบของผู้มีสิทธิพิเศษเพียงแค่ไม่กี่คน 

มุมมองนั้นมาจากประสบการณ์ของเขาเอง – ในฐานะผู้สืบสกุลที่โชคของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันเหตุการณ์การเกิดทำให้เขามีความร่ำรวยที่ไม่บางทีอาจจินตนาการได้ – แม้กระนั้นความมีโชคของเขาเองก็มิได้ชี้แจงอย่างพอเพียงว่ากฎที่การประลองอุปทานอุปสงค์ค่าแรงงานการผลิตงานและก็แรงบันดาลใจเช่นไร ดูแลสังคมของพวกเรา

 

จอห์นสันสามารถเข้าถึงหัวข้อสัมภาษณ์ที่น่าดึงดูดที่สุดในโลก 

ดังเช่นว่า ไม่ตันฟรีดแมนนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบลสมัยก่อนผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้นำสตีฟฟอร์บส์และก็โรเบิร์ตไรช์อดีตกาลรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานสหรัฐ เขาได้โอกาสที่จะตั้งปัญหากระตุ้นความนึกคิดซึ่งบางทีอาจก่อให้เกิดความคิดเห็นที่ลึกซึ้ง แต่ว่าสำหรับในการพูดคุยทุกคราวจอห์นสันดูเหมือนจะพึงพอใจที่จะเกื้อหนุนข้อโต้เถียงของตนเองมากยิ่งกว่าฟังคำตอบของผู้เข้าร่วมสัมภาษณ์

สารคดีหัวข้อนี้ส่งผลให้เกิดการรบในชั้นเรียน ความแตกต่างของรายได้เป็นหัวข้อหลักที่ควรที่จะใช้การอภิปรายอย่างมีเหตุมีผลแล้วก็การคิดเชิงวิพากษ์ โชคร้ายที่ภาพยนตร์ของจอห์นสันขาดเรื่องการพินิจพิจารณาที่เหมาะได้รับนี้